Did you know that the three most difficult things to say are: I love you, Sorry and help me คุณรู้ไหมว่าคำที่พูดยากมากที่สุด 3 คำ คือ ฉันรักเธอ ขอโทษ และ ช่วยฉันด้วย >O<".......******** Did you know that those who dress in black, are those who want to be unnoticed and need your help and understanding? คุณรู้ไหมว่าคนที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ เป็นคนที่ไม่ต้องการให้ใครคอยสังเกต และต้องการความ ช่วยเหลือและความเข้าใจจากคุณ >_<********
say "Hi!"
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
แด่ครอบครัว สุดที่ Love
เอาภาพเก่าๆ มาตกแต่งใหม่ เพื่อความบันเทิงเป็นส่วนตัว และส่วนครอบครัววววววววว....^^^
![]() |
| จาก Song and Song |
วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555
My Family
_______________________@@@________________________ ____
____________@@@_____@_____@________@@@____________ __
__________@_____@____@_____@______@____@__________ __
__________@_____@____@_____@_____@_____@__________ __
___________@_____@___@_____@____@_____@___________ __ ___________@_____@___@______@___@____@____________
__ ___@@_____@_____@___@______@__@____@______________ __
__@___@____@_____@__@______@_@_____@______________ __
_@_____@____@______@_@______@______@______@@@_____ __
__@_____@____@______@________________@_@@______@__ __ __@_______@_@____________________________________@
__ ____@____________________________________________@ __
_____@__________________________________________@_ ___
________@_____________________________________@___ ____
__________@_____________Say_Hi_______________@____ ___
____________@______________________________@______ _
______________@__________________________@_______ ____
_______________@_______________________@__________ __
_________________@__________________@_____________ _ ___________________@@___________@@_____________
ช่วงเวลา ของคนในครอบครัวอันแสนสุข
![]() |
| Younger |
| Hongkong |
![]() |
| ลำปาง |
![]() |
| บ้านอี๊หมวย วัดไทร |
.....(¯`v´¯)
..... •.¸.•´
...¸.•´
........ (
☻/
/▌
/ \
..... •.¸.•´
...¸.•´
........ (
☻/
/▌
/ \
วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552
วิธีการผลิตไบโอดีเซล (Bio diesel)
วิธีการผลิตไบโอดีเซล (Bio diesel)
เมทิลเอสเตอร์ (Methyl Eaters) หรือ เอทิลเอสเตอร์ (Ethyl Esters) + กลีเซอรีน
วิธีการผลิตไบโอดีเซล (Bio diesel) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว
+ สารตั้งต้น +
1. น้ำมันมรกต (จากปาล์ม)
2. โปเตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) หรือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 1 % (กรัม : มิลลิลิตร)
3. เมทานอล (Methanol) หรือ เอทานอล (Ethanol) 25 %
+ ขั้นตอน +
1. นำน้ำมันพืชที่ทำจากปาล์มมาจำนวนหนึ่ง
2. ชั่งสารโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 1 % โดยน้ำหนัก ต่อปริมาตรของน้ำมันพืช (g/ml)
3. ตวงเมทานอลจำนวน 25% ของน้ำมันพืช แล้วผสมโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน
4. อุ่นน้ำมันพืช ที่เตรียมไว้ให้ได้อุณหภูมิ 45-55 C ใช้เวลานานประมาณ 20 นาที ถึง 1 ชม. ขึ้นกับปริมาณ5. เทสารละลายโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ กับเมทานอล ลงในน้ำมันพืชที่อุ่น คนเข้ากัน
6. ยกส่วนผสม ลงจากเตา ตั้งทิ้งไว้ จะเกิดการแยกชั้นระหว่าง เมทิลเอสเตอร์ กับ กลีเซอรีน
7. แยกน้ำมันไบโอดีเซล (เมทิลเอสเตอร์) ส่วนบนออกจากกลีเซอรีนด้านล่าง ถ้าต้องการเลี่ยงปฎิกิริยาการเกิด สบู่ขึ้น ให้เติมกรด เช่น กรดเกลือ (HCI) ลงไปที่สัดส่วนโมลเท่ากัน แล้วผ่านกระบวนการล้าง เพื่อกำจัด แอลกอฮอล์ และโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ ที่ตกค้าง (ห้ามเทน้ำอย่างแรง หากไม่เติมกรดก่อน เนื่องจากจะ ทำให้เกิดสบู่ขึ้นได้)
8.นำไปเติมแทน หรือผสมน้ำมันดีเซลในรถกระบะ หรือเครื่องยนต์การเกษตร เครื่องยนต์เรือได้ดี
เมทิลเอสเตอร์ (Methyl Eaters) หรือ เอทิลเอสเตอร์ (Ethyl Esters) + กลีเซอรีน
วิธีการผลิตไบโอดีเซล (Bio diesel) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว
+ สารตั้งต้น +
1. น้ำมันมรกต (จากปาล์ม)
2. โปเตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) หรือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 1 % (กรัม : มิลลิลิตร)
3. เมทานอล (Methanol) หรือ เอทานอล (Ethanol) 25 %
+ ขั้นตอน +
1. นำน้ำมันพืชที่ทำจากปาล์มมาจำนวนหนึ่ง
2. ชั่งสารโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 1 % โดยน้ำหนัก ต่อปริมาตรของน้ำมันพืช (g/ml)
3. ตวงเมทานอลจำนวน 25% ของน้ำมันพืช แล้วผสมโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน
4. อุ่นน้ำมันพืช ที่เตรียมไว้ให้ได้อุณหภูมิ 45-55 C ใช้เวลานานประมาณ 20 นาที ถึง 1 ชม. ขึ้นกับปริมาณ5. เทสารละลายโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ กับเมทานอล ลงในน้ำมันพืชที่อุ่น คนเข้ากัน
6. ยกส่วนผสม ลงจากเตา ตั้งทิ้งไว้ จะเกิดการแยกชั้นระหว่าง เมทิลเอสเตอร์ กับ กลีเซอรีน
7. แยกน้ำมันไบโอดีเซล (เมทิลเอสเตอร์) ส่วนบนออกจากกลีเซอรีนด้านล่าง ถ้าต้องการเลี่ยงปฎิกิริยาการเกิด สบู่ขึ้น ให้เติมกรด เช่น กรดเกลือ (HCI) ลงไปที่สัดส่วนโมลเท่ากัน แล้วผ่านกระบวนการล้าง เพื่อกำจัด แอลกอฮอล์ และโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ ที่ตกค้าง (ห้ามเทน้ำอย่างแรง หากไม่เติมกรดก่อน เนื่องจากจะ ทำให้เกิดสบู่ขึ้นได้)
8.นำไปเติมแทน หรือผสมน้ำมันดีเซลในรถกระบะ หรือเครื่องยนต์การเกษตร เครื่องยนต์เรือได้ดี

คัดลอกมาจาก http://www.pininterclub.com/index.php?option=com_content&task=view&id=78&Itemid=54
การทำน้ำยาล้างจาน จากขี้เถ้า
การทำน้ำยาล้างจาน จากขี้เถ้า
มนุษย์กับเคมี เป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่เกิด จะเป็นการดีมากที่จะหลีกหนีจากเคมี กลับไปสู่ธรรมชาติอีกครั้ง น้ำยาล้างจานก็เช่นกัน ถึงจะบอกว่าปลอดภัยซักเพียงไหนก็ตาม แต่อย่าลืมว่าก็ยังคงทำจากสารเคมีจึงยังคงมีโอกาสอันตรายจากการสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย
จากการทำน้ำยาล้างจานนี้อาศัยภูมิปัญญาจากโบราณ แต่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถใช้งานได้เทียบเท่าน้ำยาล้างจานชั้นนำ ปราศจากเชื้อโรค ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่มีฟองทำให้ประหยัดน้ำและล้างออกง่าย
อีกประการหนึ่ง ขี้เถ้ามีอยู่อย่างมากมายในชีวิตประจำวันของชาวอีสานจึงเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย
เตรียมวัสดุ
1. ขี้เถ้า
2. น้ำเปล่า
3. น้ำมะนาวแท้
4. ผ้ากรอง / ตะแกรงกรองสิ่งสกปรก
5. กระดาษวัดค่า Ph
ขั้นตอนการทำ
1. ใช้น้ำ4ส่วน ผสมกับขี้เถ้า 1 ส่วนคนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 วัน
2. ขี้เถ้าจะตกตะกอน ค่อยๆตักน้ำส่วนที่ใส เทใส่ผ้ากรอง
3. นำน้ำขี้เถ้าที่กรองแล้ว ผสมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใช้กระดาษวัดค่า PH ให้ได้ค่าเป็น 7 (กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง)
การใช้งาน
1. นำน้ำที่ผสมเสร็จแล้ว ไปล้างจานได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำอีก
การทดสอบ ได้ผ่านการตรวจฆ่าเชื้อโรคโดยทำสอบตามกระบวนการตรวจทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคใดๆ และยังทำให้ภาชนะที่เป็นอลูมิเนียมหรือสแตนเลส เงางามสดใสได้อีกด้วย
คัดลอกมาจาก http://www.pininterclub.com/index.php?option=com_content&task=view&id=76&Itemid=54
มนุษย์กับเคมี เป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่เกิด จะเป็นการดีมากที่จะหลีกหนีจากเคมี กลับไปสู่ธรรมชาติอีกครั้ง น้ำยาล้างจานก็เช่นกัน ถึงจะบอกว่าปลอดภัยซักเพียงไหนก็ตาม แต่อย่าลืมว่าก็ยังคงทำจากสารเคมีจึงยังคงมีโอกาสอันตรายจากการสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย
จากการทำน้ำยาล้างจานนี้อาศัยภูมิปัญญาจากโบราณ แต่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถใช้งานได้เทียบเท่าน้ำยาล้างจานชั้นนำ ปราศจากเชื้อโรค ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่มีฟองทำให้ประหยัดน้ำและล้างออกง่าย
อีกประการหนึ่ง ขี้เถ้ามีอยู่อย่างมากมายในชีวิตประจำวันของชาวอีสานจึงเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย
เตรียมวัสดุ
1. ขี้เถ้า
2. น้ำเปล่า
3. น้ำมะนาวแท้
4. ผ้ากรอง / ตะแกรงกรองสิ่งสกปรก
5. กระดาษวัดค่า Ph
ขั้นตอนการทำ
1. ใช้น้ำ4ส่วน ผสมกับขี้เถ้า 1 ส่วนคนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 วัน
2. ขี้เถ้าจะตกตะกอน ค่อยๆตักน้ำส่วนที่ใส เทใส่ผ้ากรอง
3. นำน้ำขี้เถ้าที่กรองแล้ว ผสมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใช้กระดาษวัดค่า PH ให้ได้ค่าเป็น 7 (กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง)
การใช้งาน
1. นำน้ำที่ผสมเสร็จแล้ว ไปล้างจานได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำอีก
การทดสอบ ได้ผ่านการตรวจฆ่าเชื้อโรคโดยทำสอบตามกระบวนการตรวจทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคใดๆ และยังทำให้ภาชนะที่เป็นอลูมิเนียมหรือสแตนเลส เงางามสดใสได้อีกด้วย
คัดลอกมาจาก http://www.pininterclub.com/index.php?option=com_content&task=view&id=76&Itemid=54
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2551
น้ำมันหอมระเหยประเภทต่างๆ
น้ำมันหอมระเหยประเภทต่างๆ
Ambric – Tamarind – Turmeric (มะขามป้อม)
มี Hi วิตามิน C คือ เป็นราชาแห่งสมุนไพร เป็นยาอายุวัฒนะ AHA จากธรรมชาติในมะขามป้อม รวมทั้งมะขามช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้สร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ผิวขาวเนียนใสอ่อนเยาว์
Mangosteen (มังคุด - ใบบัวบก)
มีสารแทนนิน และสารแทนโซนป้องกันเชื้อรา ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการผดผื่นคัน ช่วยสมานแผยให้หายเร็ว ลดการอักเสบของแผลมีหนอง เหมาะสำหรับรักษาโรคผิวหนังบ กลากเกลื้อน สิว ฝ้า
มีสารแทนนิน และสารแทนโซนป้องกันเชื้อรา ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการผดผื่นคัน ช่วยสมานแผยให้หายเร็ว ลดการอักเสบของแผลมีหนอง เหมาะสำหรับรักษาโรคผิวหนังบ กลากเกลื้อน สิว ฝ้า
Honey (น้ำผึ้ง)
อุดมด้วยโปรตีน น้ำตาลซูโครส และอื่น ๆ มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวอ่อนนุ่ม ชะลอและลดรอยเหี่ยวย่น เหมาะสำหรับผิวที่แพ้ง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นอ่อนวัย
อุดมด้วยโปรตีน น้ำตาลซูโครส และอื่น ๆ มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวอ่อนนุ่ม ชะลอและลดรอยเหี่ยวย่น เหมาะสำหรับผิวที่แพ้ง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นอ่อนวัย
Aloe – Vera (ว่านหางจระเข้)
บำรุงผิว ลอกฝ้า ลบรอยจุดด่างดำ กระชับผิวหน้า รูขุมขนให้เล็กลง สมานผิว หรือแผลตึง แผลตื้นได้เร็วเหมาะสำหรับเด็กวัยรุ่น กรณีสิวที่หายแล้วแต่มีรอยแผลทำให้ตึงขึ้น และแผลตื้นได้เร็วขึ้น
บำรุงผิว ลอกฝ้า ลบรอยจุดด่างดำ กระชับผิวหน้า รูขุมขนให้เล็กลง สมานผิว หรือแผลตึง แผลตื้นได้เร็วเหมาะสำหรับเด็กวัยรุ่น กรณีสิวที่หายแล้วแต่มีรอยแผลทำให้ตึงขึ้น และแผลตื้นได้เร็วขึ้น
Green Tea (ชาเขียว)
มีสารแทนนิน ต่อต่านเชื้อแบคทีเรีย ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ชะลอรอยเหี่ยวย่น ป้องกันการเกิดมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและเสริมการไหลเวียนของโลหิต ปรับความดัน
มีสารแทนนิน ต่อต่านเชื้อแบคทีเรีย ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ชะลอรอยเหี่ยวย่น ป้องกันการเกิดมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและเสริมการไหลเวียนของโลหิต ปรับความดัน
Spirulina (สาหร่ายเกลียวทอง)
ขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก สร้างเซลล์ผิวใหม่ มีโปรตีน กรด ไขมันจำเป็น และ เบตาคาโรทีน บำรุงสุขภาพเล็บและผิวหนัง สมานผิวขาว ขจัดรอยด่าง ดำ มีผลดีในการต่อต่านไวรัสหลายสายพันธุ์ อาทิ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม หัดเยอรมัน ฯลฯ
ขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก สร้างเซลล์ผิวใหม่ มีโปรตีน กรด ไขมันจำเป็น และ เบตาคาโรทีน บำรุงสุขภาพเล็บและผิวหนัง สมานผิวขาว ขจัดรอยด่าง ดำ มีผลดีในการต่อต่านไวรัสหลายสายพันธุ์ อาทิ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม หัดเยอรมัน ฯลฯ
Sansalwood – Turmeric (แก่นจันทร์)
กลิ่นหอมคลาสสิค พร้อมมีสารสกัดจากธรรมชาติของขมิ้นและวิตามิน E บำรุงผิวพรรณสะอาด หอมสดใส
กลิ่นหอมคลาสสิค พร้อมมีสารสกัดจากธรรมชาติของขมิ้นและวิตามิน E บำรุงผิวพรรณสะอาด หอมสดใส
Cucumber – Papaya (แตงกวา – มะละกอ)
ลดความมันบนใบหน้า ฝ้าตกกระ กระชับรูขุมขน บนใบหน้าให้เล็กลง วิตามิน A และวิตามิน C จากเนื้อมะละกอช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น
คัดลอกจาก http://www.nectec.or.th/courseware/siamculture/medical/spa01.html
ลดความมันบนใบหน้า ฝ้าตกกระ กระชับรูขุมขน บนใบหน้าให้เล็กลง วิตามิน A และวิตามิน C จากเนื้อมะละกอช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น
คัดลอกจาก http://www.nectec.or.th/courseware/siamculture/medical/spa01.html
Ka-La-Bun
การบูร (Ka-ra-bun), Camphor tree, Formosan camphor
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora T.Fries
Syn. : Camphora officinarum Nees.
Lauras camphora Linn.
วงศ์ LAURACEAE
ชื่ออื่นๆ
ไทย : อบเชยญวน (Op-choei-yuan)
เงี้ยว : พรมเส็ง (Phrom-seng)
มาเลเซีย : คาปูร์ ตอฮอร์ (Kapur tohor)
ถิ่นกำเนิด
ญี่ปุ่น มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย อินเดีย
รูปลักษณะ
ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ใบสีเขียวแก่เป็นมัน เป็นไม้ที่ชอบขึ้นในประเทศที่มีอากาศหนาว ดอกเล็กสีเหลืองมีผลสีชมพู มีรสหอมร้อน
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
รับประทานแก้ปวดท้องจุกเสียด ธาตุพิการ ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับน้ำเหลือง ใช้เป็นยาทาเพื่อถอนพิษอักเสบชนิดเรื้อรัง
page="pharma";
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora T.Fries
Syn. : Camphora officinarum Nees.
Lauras camphora Linn.
วงศ์ LAURACEAE
ชื่ออื่นๆ
ไทย : อบเชยญวน (Op-choei-yuan)
เงี้ยว : พรมเส็ง (Phrom-seng)
มาเลเซีย : คาปูร์ ตอฮอร์ (Kapur tohor)
ถิ่นกำเนิด
ญี่ปุ่น มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย อินเดีย
รูปลักษณะ
ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ใบสีเขียวแก่เป็นมัน เป็นไม้ที่ชอบขึ้นในประเทศที่มีอากาศหนาว ดอกเล็กสีเหลืองมีผลสีชมพู มีรสหอมร้อน
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
รับประทานแก้ปวดท้องจุกเสียด ธาตุพิการ ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับน้ำเหลือง ใช้เป็นยาทาเพื่อถอนพิษอักเสบชนิดเรื้อรัง
page="pharma";
วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550
วิธีการผลิตตะไคร้หอมไล่ยุงและมะไฟจีน
ธูปสมุนไพรไล่ยุง
วัสดุ-อุปกรณ์
1. เปลือกต้นธูปสับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง 2 ส่วน
2. เปลือกสะเดา, เปลือกต้นอีเหม็น, ผิวมะกรูด, หัวข่า , ตะไคร้หอม สับเป็นชิ้นเล็กๆ ในอัตราอย่างละ 1 ส่วน
3. น้ำตะไคร้หอมที่คั้นจากใบสด 1 ขวด
4. ก้านธูปทำจากไม้ไผ่ตากแดดให้แห้ง
วิธีการทำ
1. นำสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาสับให้ละเอียดและผึ่งแดดให้แห้งสนิท
2. นำสมุนไพรที่ผึ่งแห้งแล้วแต่ละชนิดเข้าเครื่องบดเพื่อให้สมุนไพรมีความละเอียด
3. ล่อนด้วยตะแกรงหรือใช้ผ้าขาวบางกรองอีกครั้งหนึ่งเอาเฉพาะส่วนที่เป็นผง เพื่อเวลาปั้นจะได้ง่าย หากสมุนไพรหยาบเกินไปจะทำให้ปั้นไม่ได้
4. นำสมุนไพรผงแต่ละชนิดมาคลุกเคล้ากัน โดยใช้อัตราส่วน 1:1 โดยน้ำหนัก ยกเว้นเปลือกต้นธูปให้ใช้ 2 เท่า
5. พอคลุกเคล้าได้ที่ ให้นำก้านธูปจุ่มในน้ำตะไคร้หอม หลังจากนั้นนำก้านมาคลุกใน ผงธูปเพื่อให้สมุนไพรต่าง ๆ ติดกับก้านธูป
6. ใช้มือคลึงให้สมุนไพรเสมอกัน
7. นำธูปที่ได้ไปจุ่มในน้ำตะไคร้แล้วนำขึ้นมาคลึงกับผงธูปอีกครั้ง โดยทำในลักษณะเช่นนี้ ทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกัน
8. เสร็จแล้วนำธูปไปตากแดดให้แห้งสนิท แล้วบรรจุลงห่อ เคล็ดลับการทำ ในการคลึง ผู้ทำควรใช้มือคลึงให้เสมอกัน เพราะถ้าคลึงสมุนไพรไม่แน่นจะทำให้แตกง่าย และห้ามนำธูปไปตากแดดจัดๆ เพราะจะทำให้ธูปแตกได้
คัดลอก:-
วัสดุ-อุปกรณ์
1. เปลือกต้นธูปสับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง 2 ส่วน
2. เปลือกสะเดา, เปลือกต้นอีเหม็น, ผิวมะกรูด, หัวข่า , ตะไคร้หอม สับเป็นชิ้นเล็กๆ ในอัตราอย่างละ 1 ส่วน
3. น้ำตะไคร้หอมที่คั้นจากใบสด 1 ขวด
4. ก้านธูปทำจากไม้ไผ่ตากแดดให้แห้ง
วิธีการทำ
1. นำสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาสับให้ละเอียดและผึ่งแดดให้แห้งสนิท
2. นำสมุนไพรที่ผึ่งแห้งแล้วแต่ละชนิดเข้าเครื่องบดเพื่อให้สมุนไพรมีความละเอียด
3. ล่อนด้วยตะแกรงหรือใช้ผ้าขาวบางกรองอีกครั้งหนึ่งเอาเฉพาะส่วนที่เป็นผง เพื่อเวลาปั้นจะได้ง่าย หากสมุนไพรหยาบเกินไปจะทำให้ปั้นไม่ได้
4. นำสมุนไพรผงแต่ละชนิดมาคลุกเคล้ากัน โดยใช้อัตราส่วน 1:1 โดยน้ำหนัก ยกเว้นเปลือกต้นธูปให้ใช้ 2 เท่า
5. พอคลุกเคล้าได้ที่ ให้นำก้านธูปจุ่มในน้ำตะไคร้หอม หลังจากนั้นนำก้านมาคลุกใน ผงธูปเพื่อให้สมุนไพรต่าง ๆ ติดกับก้านธูป
6. ใช้มือคลึงให้สมุนไพรเสมอกัน
7. นำธูปที่ได้ไปจุ่มในน้ำตะไคร้แล้วนำขึ้นมาคลึงกับผงธูปอีกครั้ง โดยทำในลักษณะเช่นนี้ ทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกัน
8. เสร็จแล้วนำธูปไปตากแดดให้แห้งสนิท แล้วบรรจุลงห่อ เคล็ดลับการทำ ในการคลึง ผู้ทำควรใช้มือคลึงให้เสมอกัน เพราะถ้าคลึงสมุนไพรไม่แน่นจะทำให้แตกง่าย และห้ามนำธูปไปตากแดดจัดๆ เพราะจะทำให้ธูปแตกได้
คัดลอก:-
การทำสารป้องกัน-กำจัดแมลง
การทำสารป้องกันกำจัดแมลง
1. น้ำสบู่ สบู่ ๑ ก้อน ใช้มีดขูดเป็นเป็นฝอย ละลายในน้ำน้ำอุ่น ๑ ลิตรผสม น้ำ ๑๕-๒๐ เท่าฉีดพ่นกำจัดแมลงปีกแข็ง หนอนตัวเล็กเล็กเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ถ้าผสมน้ำ ๑๐ เท่า ใช้ป้องกันกำจัดโรคพืชบางชนิดได้
2. น้ำพริกขี้หนู พริกขี้หนูแห้ง ๑ ขีด ต้มในน้ำ ๑ ลิตร ให้เดือด นำพริกมาตำให้ละเอียดละลายในน้ำต้มที่กรองเอาแต่น้ำมาผสมน้ำ ๑๐-๒๐ เท่า ผสมน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ใช้ฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยอ่อน หนอนต่างต่าง มดคันไฟ เพลี้ยจั๊กจั่น
3. น้ำสะเดา ใช้ใบสะเดา ๒ กิโลกรัม ใส่ถุงตาข่ายสีฟ้า เอาไม้ทุบพอช้ำๆ แช่น้ำ ๒๐ ลิตร ๑ คืน ใช้นำสะเดา ๒ ลิตร ผสมน้ำ ๒๐ ลิตร ผสมน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ฉีดพ่นเวลาเย็น ๓ วัน ติดต่อกัน กำจัดหนอนได้ดี
4. น้ำกระเทียม ใช้น้ำส้มสายชู ๒๐๐ ซีซี ผสมกระเทียมตำ ๒ ขีด บวกน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำ ๒๐ ลิตร กรองเอาแต่น้ำไปใช้ฉีดพ่น ควรฉีดพ่นในตอนเย็น หรือขณะไม่มีแสงอาทิตย์
5. น้ำตะไคร้หอม ใช้ใบตะไคร้หอมสับละเอียด ๒๐๐ กรัม ว่านหางจระเข้ ๒๐๐ กรัม ผ่าแล้วขูดวุ้นเอาแต่น้ำ กระเทียมตำละเอียด ๑๐๐ กรัม น้ำส้มสายชู ๑๐๐ ซีซี น้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำ ๒๐ ลิตร กรองเอาแต่น้ำใช้ฉีดพ่นเวลาเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา
คัดลอกมาจาก:- www.geocities.com
1. น้ำสบู่ สบู่ ๑ ก้อน ใช้มีดขูดเป็นเป็นฝอย ละลายในน้ำน้ำอุ่น ๑ ลิตรผสม น้ำ ๑๕-๒๐ เท่าฉีดพ่นกำจัดแมลงปีกแข็ง หนอนตัวเล็กเล็กเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ถ้าผสมน้ำ ๑๐ เท่า ใช้ป้องกันกำจัดโรคพืชบางชนิดได้
2. น้ำพริกขี้หนู พริกขี้หนูแห้ง ๑ ขีด ต้มในน้ำ ๑ ลิตร ให้เดือด นำพริกมาตำให้ละเอียดละลายในน้ำต้มที่กรองเอาแต่น้ำมาผสมน้ำ ๑๐-๒๐ เท่า ผสมน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ใช้ฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยอ่อน หนอนต่างต่าง มดคันไฟ เพลี้ยจั๊กจั่น
3. น้ำสะเดา ใช้ใบสะเดา ๒ กิโลกรัม ใส่ถุงตาข่ายสีฟ้า เอาไม้ทุบพอช้ำๆ แช่น้ำ ๒๐ ลิตร ๑ คืน ใช้นำสะเดา ๒ ลิตร ผสมน้ำ ๒๐ ลิตร ผสมน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ฉีดพ่นเวลาเย็น ๓ วัน ติดต่อกัน กำจัดหนอนได้ดี
4. น้ำกระเทียม ใช้น้ำส้มสายชู ๒๐๐ ซีซี ผสมกระเทียมตำ ๒ ขีด บวกน้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำ ๒๐ ลิตร กรองเอาแต่น้ำไปใช้ฉีดพ่น ควรฉีดพ่นในตอนเย็น หรือขณะไม่มีแสงอาทิตย์
5. น้ำตะไคร้หอม ใช้ใบตะไคร้หอมสับละเอียด ๒๐๐ กรัม ว่านหางจระเข้ ๒๐๐ กรัม ผ่าแล้วขูดวุ้นเอาแต่น้ำ กระเทียมตำละเอียด ๑๐๐ กรัม น้ำส้มสายชู ๑๐๐ ซีซี น้ำสบู่ ๔ ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำ ๒๐ ลิตร กรองเอาแต่น้ำใช้ฉีดพ่นเวลาเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา
คัดลอกมาจาก:- www.geocities.com
น้ำยาล้างจาน (ปลอดสารพิษ)
การทำน้ำยาล้างจาน
เครื่องมือหรืออุปกรณ์
- กระป๋องพลาสติกมีฝาปิดความจุประมาณ 1 ลิตร 1 ใบ
- ตะกร้ามีรูใบเล็กขนาดใส่ในกระป๋องพลาสติกได้ 1 ใบ
- เครื่องชั่งน้ำหนักแบบมีจานรอง 1 เครื่อง
- ถ้วยตวงน้ำ 1 ใบ
- ช้อนสำหรับคน 1 คัน
- ผ้าขาวบางขนาด 15X15 นิ้ว 1 ผืน- ช้อนตวง 1 ชุด
วัสดุ
- เนื้อสับปะรดสับ 300 กรัม
- น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช.ต.
- หัวเชื้อ EM สด 2 CC.
- น้ำสะอาดไม่มีคลอรีน (น้ำประปาพักไว้ 1 คืน ก่อนนำมาใช้) 50 CC.
- ใบชา 1 หยิบมือ
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ล้างกระป๋องและตะกร้าพลาสติกทิ้งไว้ให้แห้ง นำตะกร้าใส่ในกระป๋องพลาสติก
ชั่งเนื้อสับปะรดสับ 300 กรัม โดยวางถุงพลาสติกบนจานรองก่อน แล้วนำไปเทใส่ในตะกร้า
2. น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี น้ำสะอาด หัวเชื้อ EM สด และใบชา ชั่งและตวงตามสัดส่วนนำมาผสมเข้าด้วยกัน คนน้ำตาลจนละลายหมด เทลงในตะกร้าสับปะรด คนให้เข้ากันปิดฝาทิ้งไว้ 15 วัน (ในที่มีแสงน้อย ที่อุณหภูมิห้อง)
3. นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบางกรอกใส่ขวดไว้ใช่ ส่วนกากนำไปผสมดินใช้ปลูกต้นไม้
น้ำยาล้างจานสูตรนี้ระยะแรกๆ สีจะขุ่นต่อมาจะตกตะกอน กลิ่นจะฉุนคล้ายไวน์มากขึ้นเรื่อยๆ และสีจะใสน่าใช้ยิ่งขึ้นด้วย
วิธีใช้
ใช้ล้างจานโดยไม่ต้องผสมน้ำ ใช้เหมือนน้ำยาล้างจานทั่วไป ถ้าล้างจานจำนวนมากควรแช่จาน ในน้ำยาล้างจานผสมน้ำสัดส่วนน้ำยาล้างจาน 1 ส่วน น้ำ 5 ส่วนไว้ก่อน ประมาณ 20 นาทีก่อนล้างเพื่อให้สะอาดทั่วถึง แล้วล้างน้ำสะอาดจนกว่าแน่ใจว่าสะอาค ควรตากจานให้แห้งก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันการตกค้างของจุลินทรีย์ในหยดน้ำที่เกาะอยู่บนจานเปลือกที่ปอกออกนำไปหมัก เป็นน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ทำปุ๋ยน้ำบำบัดกลิ่นและน้ำเสีย เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีสารเคมี หรือปุ๋ยตกค้างอยู่หรือไม่จึงไม่ควรนำมาล้างจาน
น้ำยาล้างจานสูตรนี้ สามารถใช้เป็นน้ำยาล้างมือได้อย่างปลอดภัยทำให้มือนุ่ม ส่วนกากที่เหลือนำไปหมักใหม่ได้อีก โดยใช้สัดส่วนเหมือนเดิม หรือจะนำไปผสมดินปลูกต้นไม้ก็ได้
คัดลอกมาจาก :- ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เครื่องมือหรืออุปกรณ์
- กระป๋องพลาสติกมีฝาปิดความจุประมาณ 1 ลิตร 1 ใบ
- ตะกร้ามีรูใบเล็กขนาดใส่ในกระป๋องพลาสติกได้ 1 ใบ
- เครื่องชั่งน้ำหนักแบบมีจานรอง 1 เครื่อง
- ถ้วยตวงน้ำ 1 ใบ
- ช้อนสำหรับคน 1 คัน
- ผ้าขาวบางขนาด 15X15 นิ้ว 1 ผืน- ช้อนตวง 1 ชุด
วัสดุ
- เนื้อสับปะรดสับ 300 กรัม
- น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช.ต.
- หัวเชื้อ EM สด 2 CC.
- น้ำสะอาดไม่มีคลอรีน (น้ำประปาพักไว้ 1 คืน ก่อนนำมาใช้) 50 CC.
- ใบชา 1 หยิบมือ
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ล้างกระป๋องและตะกร้าพลาสติกทิ้งไว้ให้แห้ง นำตะกร้าใส่ในกระป๋องพลาสติก
ชั่งเนื้อสับปะรดสับ 300 กรัม โดยวางถุงพลาสติกบนจานรองก่อน แล้วนำไปเทใส่ในตะกร้า
2. น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี น้ำสะอาด หัวเชื้อ EM สด และใบชา ชั่งและตวงตามสัดส่วนนำมาผสมเข้าด้วยกัน คนน้ำตาลจนละลายหมด เทลงในตะกร้าสับปะรด คนให้เข้ากันปิดฝาทิ้งไว้ 15 วัน (ในที่มีแสงน้อย ที่อุณหภูมิห้อง)
3. นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบางกรอกใส่ขวดไว้ใช่ ส่วนกากนำไปผสมดินใช้ปลูกต้นไม้
น้ำยาล้างจานสูตรนี้ระยะแรกๆ สีจะขุ่นต่อมาจะตกตะกอน กลิ่นจะฉุนคล้ายไวน์มากขึ้นเรื่อยๆ และสีจะใสน่าใช้ยิ่งขึ้นด้วย
วิธีใช้
ใช้ล้างจานโดยไม่ต้องผสมน้ำ ใช้เหมือนน้ำยาล้างจานทั่วไป ถ้าล้างจานจำนวนมากควรแช่จาน ในน้ำยาล้างจานผสมน้ำสัดส่วนน้ำยาล้างจาน 1 ส่วน น้ำ 5 ส่วนไว้ก่อน ประมาณ 20 นาทีก่อนล้างเพื่อให้สะอาดทั่วถึง แล้วล้างน้ำสะอาดจนกว่าแน่ใจว่าสะอาค ควรตากจานให้แห้งก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันการตกค้างของจุลินทรีย์ในหยดน้ำที่เกาะอยู่บนจานเปลือกที่ปอกออกนำไปหมัก เป็นน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ทำปุ๋ยน้ำบำบัดกลิ่นและน้ำเสีย เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีสารเคมี หรือปุ๋ยตกค้างอยู่หรือไม่จึงไม่ควรนำมาล้างจาน
น้ำยาล้างจานสูตรนี้ สามารถใช้เป็นน้ำยาล้างมือได้อย่างปลอดภัยทำให้มือนุ่ม ส่วนกากที่เหลือนำไปหมักใหม่ได้อีก โดยใช้สัดส่วนเหมือนเดิม หรือจะนำไปผสมดินปลูกต้นไม้ก็ได้
คัดลอกมาจาก :- ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
My niece' Ling Ling
กำลังโดดหอที่มาเก๊า






.jpg)





